แฟนบอลมือใหม่ต้องรู้!! ตำแหน่งนักฟุตบอลทั้ง 11 ตำแหน่ง มีหน้าที่อะไรบ้าง

สำหรับแฟนบอลมือใหม่อาจสงสัยว่าทำไมนักฟุตบอลที่ลงแข่งในสนามจะต้องมี 11 คน แต่ละคนทำหน้าที่อะไรบ้าง หากขาดคนใดคนหนึ่งไปจะมีผลต่อการเล่นอย่างไร แล้ว 1 คนสามารถเล่นได้กี่ตำแหน่ง วันนี้เด็กเก็บบอลจะมาเล่าให้ฟังครับ

11 ตำแหน่งนักฟุตบอลมีหน้าที่อะไรบ้าง

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า 1 ทีมฟุตบอลจะต้องมีผู้เล่นทั้งหมด 11 คน โดยใช้หมายเลขของผู้เล่นแทนตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งผู้จัดการทีมทำการคัดและเลือกให้ลงแข่งในทุกนัด ประกอบด้วยตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

  • ผู้รักษาประตู (Goal keeper) 1 คน
  • กองหลังตัวกลาง (Central Defender) 2 คน
  • ฟุลแบ็กซ้าย-ขวา (Full back) 2 คน
  • กองกลาง (Midfielder) 3 คน
  • ปีกซ้าย (Left Wing) 1 คน
  • ปีกขวา (Right Wing) 1คน
  • กองหน้า (Forward/Striker) 1 คน

1. ผู้รักษาประตู (Goal keeper) 1 คน

ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามยิงบอลเข้าประตู ผู้รักษาประตูสามารถใช้มือรับ, ปัด หรือชกบอล จากการยิง, โหม่ง หรือลูกไขว้เข้ามาในกรอบเขตโทษตัวเองเท่านั้น โดยทั่วไปแบ่งประเภทของผู้รักษาประตูเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • Goalkeeper เป็นผู้รักษาประตูที่ยืนอยู่ในเขตโทษ ตามที่เห็นได้ในทุกการแข่งขัน จะคอยทำหน้าที่สั่งการกองหลัง ป้องกันไม่ให้ลูกบอลข้ามเส้น หากต้องการเปิดเกมบุกผู้รักษาประตูจะขว้างบอลเร็ว หรืออาจเตะยาวไปข้างหน้า
  • Sweeper Keeper เป็นผู้รักษาประตูเหมือน Goalkeeper เพียงแต่สามารถเป็นกองหลังตัวสุดท้ายให้ทีมได้ด้วย สังเกตได้จากการที่ผู้รักษาประตูจะมาเล่นบอลนอกเขตโทษอยู่บ่อยครั้ง เช่น ออกมาเก็บบอลหรือเล่นบอลนอกเขตโทษเพื่อส่งบอลให้เพื่อนในทีม นอกจากสกิลการรักษาประตูที่ยอดเยี่ยมแล้ว Sweeper Keeper จะต้องมีฝีเท้าที่เร็วระดับหนึ่งและเลี้ยงบอลด้วยเท้าได้ดีด้วย
 

2. กองหลังตัวกลาง (Central Defender) 2 คน

ทำหน้าที่หยุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการทำประตู (โดยเฉพาะศูนย์หน้า) และพาลูกบอลออกจากเขตโทษ ตำแหน่งนี้จะอยู่บริเวณตรงกลางของแผงหลัง โดยส่วนใหญ่ในทีมฟุตบอลจะมีกองหลังตัวกลางทั้งหมด 2 คน ยืนอยู่ข้างหน้าผู้รักษาประตู ช่วยในการควบคุมพื้นที่และประกบแบบตัวต่อตัว เช็กการล้ำหน้า ลักษณะของกองหลังตัวกลางมักเลือกคนที่สูงใหญ่และมีทักษะการกระโดดสูง โหม่งบอล และแย่งลูกเมื่อเพื่อนในทีมแย่งบอลพลาด

3. ฟูลแบ็กซ้าย-ขวา (Full back) 2 คน

ตำแหน่งนี้จะอยู่บริเวณด้านข้างของกอง แบ่งเป็น 2 คน ได้แก่ แบ็กซ้าย (Left back) และ แบ็กขวา (Right back) ทำหน้าที่ป้องกันการบุกจากริมเส้นและหยุดการบุกจากปีกของฝ่ายตรงข้ามที่พยายามเข้าเขตโทษ โดยทั่วไปฟุลแบ็คจะอยู่ประมาณเส้นครึ่งสนาม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ปัจจุบันฟุลแบ็คมีบทบาทมากขึ้นเนื่องจากจะต้องช่วยเสริมในเกมรุกด้วย

4. กองกลาง/มิดฟิลด์ (Midfielder) 3 คน แบ่งเป็น

กองกลาง (Midfielder)

ตำแหน่งนี้จะอยู่ระหว่างศูนย์หน้าและกองหลัง ทำหน้าที่ครองบอลและรับบอลจากกองหลังเพื่อจ่ายบอลไปให้กองหน้า และคอยไล่บอลจากฝ่ายตรงข้ามด้วย โดยทั่วไปใน 1 ทีม จะต้องมีกองกลางตัวกลางอย่างน้อย 1 คน คอยทำหน้าที่ทำประตู , หยุดเกมบุกของอีกฝ่าย, ขึ้นบุกหรือลงมาตั้งรับตามสถานการณ์ หากจะต้องช่วยกองหน้าบุก กองกลางจะเริ่มออกตัวเล่นในจังหวะการบุกของทีม

กองกลางตัวกลาง (Centre midfielder/Playmaker)

ทำหน้าที่เชื่อมเกมระหว่างกองหน้าและกองหลัง โดยกองกลางตัวกลางสามารถทำหน้าที่ช่วยทีมบุกในจังหวะการบุก, พยายามแย่งบอลจากอีกฝ่ายให้ได้ก่อนถึงแนวหลัง หลังจากได้ลูกบอลกลับมา กองกลางตัวกลางจะเป็นตัวเปิดเกมบุกก่อน บางครั้งหากถูกบุกมาก ๆ อาจทำให้กองกลางตัวกลางต้องไปอยู่ในแนวป้องกันได้ด้วยเช่นกัน และในปัจจุบันกองกลางตัวกลางถูกพัฒนาให้กลายเป็นกองกลางตัวบุกและกองกลางตัวรับ ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • กองกลางตัวรับ (Defensive midfielder) เป็นกองกลางประจำตำแหน่งก่อนกองหลัง ทำหน้าที่ป้องกันการบุกจากอีกฝ่ายและแย่งบอลมาให้ได้ แต่บางกรณีบางคนสามารถเป็นตัวทำเกมในแนวลึกหรือตัวทำเกมตัวต่ำ (Deep-lying playmaker) ช่วยกำหนดจังหวะเกมได้ด้วยการผ่านบอล โดยกองกลางตัวรับจะต้องมีทักษะการสกัดบอลที่ดี คาดการณ์ความคิดความอ่านจากฝ่ายตรงข้าม มีทักษะการส่งบอลและการครองบอลดีเยี่ยม รวมถึงมีร่างกายที่อึดด้วยเพราะบางทีอาจจะต้องวิ่งเกือบ 12 กม. ตลอดการแข่งขัน
  • กองกลางตัวรุก (Attacking midfielder) เป็นกองกลางที่อยู่สูงกว่าปกติแต่ไม่เกินศูนย์หน้า ทำหน้าที่ช่วยทีมในจังหวะบุก กองกลางตัวรุกจะต้องมีทักษะการส่งบอลที่ดี และอ่านการเคลื่อนไหวของกองหลังเพื่อให้ศูนย์หน้าทำประตู ทั้งนี้กองกลางตัวรุกอาจเป็นตัวฟรีที่ช่วยให้การบุกมีสีสันมากขึ้น

5. ปีกซ้าย (Left Wing) 1 คน

หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า กองหน้าตัวนอก ตำแหน่งนี้จะอยู่บริเวณริมเส้นด้านซ้ายของสนาม ทำหน้าที่สนับสนุนเกมบุกให้ทีม โดยใช้ความเร็วในการป่วนและบุกฝ่ากองหลัง จากนั้นอาจส่งลูกเข้าไปให้ตัวบุกคนอื่นหรือบุกเข้าไปทำประตูด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ผู้เล่นตำแหน่งปีกซ้ายโดยส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องถนัดซ้าย แต่บางกรณีที่ใช้แผนการเล่น 3-5-2 ปีกทั้ง 2 ข้าง ซ้าย-ขวา จะต้องลงมาช่วยแนวรับ ทำให้ปีกซ้ายกลายเป็นทั้งปีกตัวบุกและปีกตัวรับไปในตัว

6. ปีกขวา (Right Wing) 1 คน

จะอยู่บริเวณริมเส้นด้านขวาของสนาม ทำหน้าที่สนับสนุนเกมบุกของทีม และเลี้ยงบอลเพื่อเปิดเข้ากลางให้แก่กองหน้า ตำแหน่งนี้สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางริมเส้น (Side Midfield) หรือจะเป็นกองหน้าริมเส้น (Wing Forward) ก็ได้เช่นกัน ผู้เล่นตำแหน่งปีกขวาโดยทั่วไปจำเป็นจะต้องถนัดขวา ทั้งนี้หากเล่นตามแผน 3 – 5 – 2 ปีกทั้ง 2 ข้าง ซ้าย-ขวา จะต้องลงมาช่วยแนวรับ ทำให้ปีกขวากลายเป็นทั้งปีกตัวบุกและปีกตัวรับไปในตัว

7. กองหน้า (Forward/Striker) 1 คน

จะอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของทีม อยู่กึ่งกลางของสนาม ทำหน้าที่หาจังหวะยิงประตูฝ่ายตรงข้าม โดยมีกองกลางคอยจ่ายบอลให้ ทั้งนี้กองหน้าอาจมีตั้งแต่ 1-3 คน ตามแผนที่วางไว้ เช่น 4 – 2 – 3 – 1 มีกองหน้า 1 คน, 4 – 4 – 2 มีกองหน้า 2 คน และ 4 – 3 – 3 มีกองหน้า 3 คน (กองหน้าตัวเป้า 1 คน และปีก 2 คน) กองหน้าในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ 

  • กองหน้าตัวเป้า จะอยู่บริเวณใกล้ปากประตู เป็นศูนย์หน้าประเภทรอจังหวะ ทำหน้าที่เก็บบอล, พักบอล หรือทำประตู
  • กองหน้าตัวต่ำ หรือ หน้าต่ำ เป็นตัวเชื่อมระหว่างกองหน้ากับกองกลาง ทำหน้าที่สร้างจังหวะทำประตู และหาจังหวะยิงประตูระยะไกล
  • กองหน้าตัวริมเส้น หรือ ปีก ทำหน้าที่สร้างเกมรุกจากริมเส้นข้างสนามด้านซ้าย-ขวา ปัจจุบันนิยมให้ปีกเลี้ยงบอลตัดเข้ากลางสนามเพื่อหาโอกาสทำประตู

บทความที่น่าสนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น